• 26 เมษายน 2017 at 14:33
  • 100
  • 0

สมาคมอาคารชุดไทย ชี้เทรนด์ใหม่อสังหาฯ เข้าสู่ยุคเร่ขายต่างชาติ แห่ออกไปโรดโชว์ หวังสร้างโอกาสขยายฐานลูกค้า แถมกลุ่มลูกค้ามีความซับซ้อน หวั่นปี 60 หากเศรษฐกิจไม่โตเจอลูกค้าทิ้งโอน ด้าน “ซีบีอาร์อี/คอลลิเออร์” ฟันธงลูกค้าต่างชาติ ซื้อเพื่อลงทุน 100% ส่วนแสนสิริ โชว์สัดส่วนจำนวนลูกค้าต่างชาติเพิ่ม10% แต่ยอดขายดับเบิล

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงมีการพึ่งพิงกลุ่มลูกค้าต่างชาติมากขึ้นเหมือนกับในลอนดอนที่มีนักลงทุนจากต่างชาติไปซื้ออสังหาฯ เพื่อลงทุน แต่ในเมืองไทยเพิ่งเริ่มต้น โดยมีการนำโครงการไปขายในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เหตุกลุ่มลูกค้ามีจำนวนจำกัด โดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์ ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อเองก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เดิมผู้ประกอบการทำการขายแบบธรรมดาคือนำเสนอแบบห้อง แต่ปัจจุบันเริ่มมองเห็นกลุ่มลูกค้าซื้อเพื่อลงทุนและเก็งกำไรเพิ่มมากขึ้น โดยดูได้จากการใช้เรื่องของอัตราผลตอบแทนการลงทุนมาเป็นจุดขายมากกว่ารูปแบบห้องชุด โดยเฉพาะตลาดไฮเอนด์ที่ตลาดมีความคึกคักอย่างมากในช่วงต้นปี 2558

“เรื่องนี้น่าเป็นห่วงและต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ เพราะหวั่นว่าจะซ้ำรอยกับตลาดคอนโดมิเนียมในต่างจังหวัดเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างปี 2555-2556 ที่เปิดขายหมดตั้งแต่วันเปิดพรีเซลเพียงวันเดียว แต่เมื่อถึงวันโอนในปี 2557-2558 หากไม่มีลูกค้ามาโอน แสดงให้เห็นว่าเป็นดีมานด์เทียม ส่งผลให้เกิดการลดล้างสต๊อกอย่างเช่นในปัจจุบัน”

ทั้งนี้ คอนโดมิเนียมต่างจังหวัดมีการเปิดตัวสะสมตั้งแต่ปี 2555-2557 มูลค่าสะสมของตลาดรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยมีโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเป็นแรงกระตุ้นกำลังซื้อในขณะนั้น แต่ตลาดกรุงเทพฯต่างกับตลาดต่างจังหวัด เพราะมีมูลค่าตลาดที่ใหญ่กว่า โดยใน 3 ไตรมาสแรกปี 2558 มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.36 แสนล้านบาท ซึ่งจะโอนพร้อมกันในปี 2560 แต่ละหน่วยมีราคาสูงกว่า 4-5 ล้านบาทต่อหน่วย ในส่วนของห้องชุดที่มีราคาสูงกว่า 7 ล้านบาท คาดว่ากลุ่มที่ซื้อเพื่อเก็งกำไรจะไม่มาโอนอย่างแน่นอน หากเศรษฐกิจภายในและภายนอกประเทศไม่เติบโต เมื่อเปรียบเทียบกับตลาดต่างจังหวัดที่ทยอยสร้างเสร็จและทยอยโอนนับจากปี 2555-ปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ตลาดคอนโดฯในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลจึงมีความน่าเป็นห่วง นายประเสริฐ กล่าว

ด้าน นางสาวอลิวัสสา พัฒนถาบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบี ริชาร์ด เอลลิส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า เนื่องจากตลาดอสังหาฯในประเทศเริ่มชะลอตัว ดังนั้นการโรดโชว์ในต่างประเทศจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ และเริ่มเป็นเทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสนใจ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ออกไปโรดโชว์ต่างประเทศจะเน้นกลุ่มนักลงทุนเป็นหลัก ซึ่งจะชูจุดขายอัตราการปล่อยเช่าเป็นหลัก ยกเว้นสินค้าที่ราคาไม่สูงมากก็อาจจะขายได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูความต้องการของกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก

สอดคล้องกับ นายสุรเชษฐ กองชีพ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยบริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้อสังหาฯเมืองไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติคือ ราคาถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน และมีศักยภาพในการเติบโต สืบเนื่องจากแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟฟ้าสายต่างๆ ที่ทำให้ตัดสินใจซื้อเพื่อลงทุนเพราะมองว่าคุ้มค่า

ด้านนายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ชาวต่างชาติมีความสนใจในตลาดที่อยู่อาศัยของประเทศอย่างมากโดยเฉพาะคอนโดมิเนียมกลางเมือง เนื่องจากราคาของประเทศไทยถูกกว่าประเทศอื่นในแถบเอเชียตะวันตก เช่น ฮ่องกง ที่มีราคาขายคอนโดมิเนียมอยู่ที่ประมาณ 6 แสนบาทต่อตร.ม. ประกอบกับศักยภาพการเติบโตของประเทศมีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าแถบเอเชีย

“ดูได้จากยอดขายของโครงการเดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิตและสุขุมวิท 71 ที่สามารถปิดการขายได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน โดยสัดส่วนลูกค้าต่างชาติในโครงการเดอะไลน์ จตุจักร-หมอชิต อยู่ที่ประมาณ 20% ขณะที่เดอะไลน์ สุขุมวิท 71 มีสัดส่วนถึง 40% จึงคาดการณ์ว่าสัดส่วนยอดขายชาวต่างชาติในปี 2558 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปี 2557 ขณะที่มียอดขาย 1.5 พันล้านบาท และปีนี้จะเพิ่มเป็น 3 พันล้านบาท”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,111 วันที่ 6 – 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558