• 26 เมษายน 2017 at 14:33
  • 100
  • 0

คาดกันว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ ปีนี้จะสดใสกว่าปีที่ผ่านมาตลาดจะเติบโต 5-10 % จากอานิสงส์ของ มาตรการกระตุ้นของรัฐบาล และการเริ่มต้นลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนบริษัทพัฒนาที่ดินในตลาดหุ้นที่ทยอยแถลงทิศทางปีนี้ในช่วงสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แม้ทุกรายแสดงเป้าหมายมุ่งโตสอดคล้องกับตัวเลขจีพีดีปี 2559 เหมือนๆ กัน แต่แนวรุก แต่ละรายมีรายละเอียดแตกต่างกัน

คาดการณ์ปี 59

ทองมาวิจิตร พงษ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท คาดการณ์ว่าตลาดอสังหาฯ เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลปีนี้จะเติบโต 5-10 % โดยมีมูลค่าราว 3.72 – 3.92 แสนล้านบาท เติบโตจากปี 2558 ประมาณ 5 -10% ภาพภาคอสังหาฯ ดังกล่าวประเมินล้อไปกับ แนวโน้มเศรษฐกิจปีนี้ที่จะเติบโต 3.5% สูงกว่าปีก่อนหน้า (2.9%) โดยมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นปัจจัยหนุนส่ง

สำหรับทิศทางปีนี้ หากประมวลจากเป้าหมายบริษัท อสังหาฯใหญ่และกลางจำนวน 7 บริษัท (ดูตารางประกอบ ) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งครองส่วนแบ่งในตลาดหลักทรัพย์ฯ มากกว่าครึ่งของมูลค่าตลาดรวม ที่แถลง “ทิศทาง2559” ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พอให้เห็นร่องรอยของทิศทางใหญ่ภาคอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ โดย 7 บริษัทดังกล่าวประกาศเปิดโครงการใหม่ 196 โครงการ มูลค่ารวม 1.96 แสนล้านบาท และเมื่อรวมงบซื้อที่ดินที่กลุ่มบริษัทดังกล่าววางไว้คิดเป็นวงเงินสูงถึง 5.74 หมื่นล้านบาท

เป้ารายใหญ่-รายกลาง

อย่างไรก็ดีเมื่อเปรียบเทียบเป้าหมายปีนี้ (2559) กับปี 2558 พบว่า ปีนี้ บริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในตลาดหุ้นเปิดโครงการมากกว่าปีที่แล้ว อาทิ บมจ.พฤกษา ผู้นำตลาด มีแผนเปิด 60-65 โครงการ พร้อมมุ่งมั่นสร้างสถิติใหม่ต่อเนื่อง บมจ.แสนสริ เปิด 21 โครงการ (ปีก่อนหน้า 17 โครงการ) บมจ.ศุภาลัย ที่มูลค่าโครงการใหม่อยู่ในอันดับ 3 ของอุตสาหกรรม มีแผนเปิด 29-35 โครงการ มูลค่ารวม 3.6 หมื่นล้านบาท (ปีก่อนหน้า 27 โครงการ ) ส่วน บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังขยับตัวอย่างระมัดระวังเช่นปีที่ผ่านมามีแผนเปิด 14 โครงการ มากกว่าปีที่แล้วที่เปิด 9 โครงการ (ชะลอไป 8 โครงการ ) เป็นต้น

ทั้งนี้หากมองเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงลงไป บริษัท อสังหาฯรายใหญ่และกลางส่วนใหญ่วางน้ำหนักที่แนวราบมากกว่าแนวตั้ง เช่น กรณี บมจ.พฤกษา 70% ของโครงการใหม่เป็น “ทาวน์เฮ้าส์” ปีที่แล้วประมาณ 60% เช่นเดียวกับ บมจ. ศุภาลัย ที่ให้น้ำหนักแนวราบมากกว่าปีที่ผ่านมาเช่นกัน ส่วน บมจ. แลนด์แอนด์เฮ้าส์ รักษาสมดุลระหว่างสัดส่วนโครงการแนวราบและแนวตั้ง

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรายกลาง อาทิ เช่น บมจ. สัมมากร บมจ. ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ต่างวางน้ำหนักแนวราบมากขึ้นเช่นกัน อนึ่งเหตุผลสำคัญที่ ผู้ประกอบการหันมารุกแนวราบมากขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะทาวน์เฮาส์มาจาก 4 ปัจจัยหลัก 1. เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อจริง 2. ลักษณะสินค้าตอบโจทย์ตลาดหลัก 3. ตลาดทาวน์เฮาส์เติบโตต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา และ 4. ตลาดคอนโดฯชะลอลงจากปัญหาสต๊อกและกำลังซื้อเก็งกำไรที่หายไป

 เสียงข้างมากอสังหาฯ

กล่าวโดยสรุปแล้ว ปีนี้ ผู้ประกอบการอสังหาฯ “ข้างมาก” เชื่อว่าสดใสกว่าปี 2558 เพราะเชื่อมั่นใน 3 ปัจจัยหลักคือ 1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจะเสริมสร้างให้บรรยากาศเศรษฐกิจสดใสขึ้น 2. โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะทำให้ตลาดเกิดความต้องการใหม่ๆ และ3. การมาถึงของ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีจะเป็นอีกปัจจัยที่จะช่วยเติมความสดใสให้ ภาคอสังหาริมทรัพย์ปีนี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,127
วันที่ 31 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559