• 26 เมษายน 2017 at 14:33
  • 105
  • 0

“สมคิด” ติวเข้ม ร.ฟ.ท.-สนข.และทล.สู่ยุค 4.0 ไล่บี้รถไฟทางคู่ แผนการพัฒนาที่ดิน และงานถนนให้สอดรับแผนการพัฒนาอีอีซี จี้ติดรถไฟสายสีแดงเปิดให้บริการปี 63 ส่วนโครงการมักกะสัน- สถานีแม่น้ำ-สถานีกลางบางซื่อโยนสคร.ชี้ชะตาให้สอดคล้องตามแผนแม่บทการพัฒนา

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานและมอบนโยบายให้คณะกรรมการ (บอร์ด)การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ร.ฟ.ท.ว่า ได้ดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่ตามแผนระยะเร่งด่วน 7 เส้นทางรวมระยะทาง 935 กิโลเมตร โดยบางโครงการเริ่มก่อสร้างแล้วคือเส้นทางฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และเส้นทางชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ส่วนโครงการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้ดำเนินการไปแล้ว มี 2 เส้นทางคือ เส้นทางประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาทและเส้นทางมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ วงเงิน 2.9 หมื่นล้านบาท โดยได้รับคำยืนยันจากนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่า ร.ฟ.ท.ว่าภายในสิ้นปีนี้ในเส้นทางที่เหลืออีก 3 โครงการจะต้องเสนอครม.ให้แล้วเสร็จและบางโครงการให้ดำเนินการก่อสร้างได้เลย

สำหรับเส้นทางในระยะที่ 2 อีกจำนวน 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,483 กิโลเมตรที่จะเริ่มในปี 2560 และเป็นโครงการต่อเนื่องจากระยะแรกที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 อีกทั้งยังจะเร่งดำเนินการในอีก 2 เส้นทางสายใหม่คือเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ วงเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท และเส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาทจะเร่งนำเสนอครม.ภายในสิ้นปีนี้ โดยรถไฟทางคู่จะเน้นเพื่อการขนส่งสินค้า ส่วนรถไฟความเร็วสูงจะเน้นเพื่อการโดยสารโดยให้ร.ฟ.ท.ให้ความสำคัญพร้อมเร่งผลักดันขณะนี้หลายเส้นทางมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยายทั้งหมดจะให้นำเข้าสู่ระบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน(พีพีพี) โดยช่วงบางซื่อ-รังสิตและบางซื่อ-ตลิ่งชันจะเปิดให้บริการในปี 2563 ในส่วนเส้นทางที่จะนำเข้าสู่ระบบการร่วมลงทุน(พีพีพี ปี2556) นั้นยังคงเป็นเส้นทางกรุงเทพ-ระยอง เส้นทางกรุงเทพ-หัวหิน โดยเน้นให้เร่งนำเสนอครม.ภายในปีนี้

“เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) ไปพิจารณาว่าการตั้งสถานีจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองในเขตการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจโซนภาคตะวันออก(อีอีซี)อย่างไรบ้าง อีกทั้งยังกำชับกรมทางหลวง(ทล.)ว่าเส้นทางต่างๆให้เร่งรัดรองรับอีอีซีด้วยเช่นกัน โดยให้ทุกโครงการสามารถบูรณาการร่วมกันได้ ส่วนในอนาคตหากจะมีการจัดซื้อจัดจ้างขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับปรุงร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์) ล่าสุดอยู่ระหว่างการนำเสนอบอร์ดร.ฟ.ท.พิจารณาเห็นชอบช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ เพื่อต้องการให้เปิดกว้างด้านการแข่งขันประมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีการตั้งคณะกรรมการด้านคุณธรรมและองค์กรเกี่ยวกับการป้องกันคอร์รัปชันได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นอีกด้วย เพื่อต้องการสร้างความเชื่อมั่นและดำเนินการอย่างโปร่งใสยุติธรรมจริงๆ”