ขั้นตอนตรวจสอบวงเงินก่อนซื้อคอนโด

กู้ซื้อบ้าน ซื้อคอนโดท่าไหร่ เช็คก่อนคุณจะได้วงเงินกู้เท่าไหร่

ซื้อบ้าน โดยปกติจะให้กู้ไม่เกิน 90% ของราคาซื้อขาย หรือราคาที่ธนาคารประเมิน (ใช้ราคาที่ต่ำกว่า) นั่นแปลว่า ส่วนเกินต้องหามาจ่ายเอง และมีคำถามเรื่องการกู้เงินและค่าธรรมเนียมการโอนอยู่บ่อยๆ วันนี้เลยรวบรวมข้อมูลมาให้ได้ศึกษากัน เผื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจครับ

วงเงินกู้ที่แต่ละคนจะได้รับจะขึ้นอยู่ปัจจัยดังนี้

1. อัตราเงินเดือนและภาระหนี้สิน

ค่าโดยประมาณจะได้ 50 เท่าของเงินเดือน เช่น ถ้าเงินเดือน 20,000 และไม่มีภาระหนี้สินใดๆ วงเงินกู้ที่ได้่จะประมาณ 1,000,000(20,000 x 50 เท่า) แต่ถ้าคุณมีผ่อนอะไรอยู่ก็จะหักจากเงินเดือนก่อนแล้วค่อยคูณด้วย 50

บางคนที่มีเงินโอทีหรือเงินรายได้พิเศษนอกเหนือไปจากเงินเดือนประจำ บางธนาคารก็ไม่เอามาคิด บางธนาคารก็เอามาคิดแค่ 50% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกฎและนโยบายของแต่ละธนาคาร ซึ่งคนกู้จะต้องเช็คกับทางธนาคารอีกที จำนวนวงเงินกู้ อาจได้มากหรือน้อยกว่า 50 เท่า ขึ้นอยู่กับเครดิตของผู้กู้ ความมั่นคงในหน้าที่การงาน และประวัติการชำระหนี้อื่นๆ ก่อนหน้านี้ ส่วนผู้กู้ที่ทำงานบริษัทที่มีสวัสดิการกู้ซื้อบ้านกับทางธนาคาร ธนาคารมักปล่อยกู้ง่ายและให้จำนวนวงเงินมากว่าปกติ

2. ราคาประเมินบ้านหรือคอนโดของทางธนาคาร

ราคาประเมินที่กล่าวถึง ทางธนาคารจะส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจบ้านที่เราจะซื้อและประเมินราคา พวกบ้านหรือคอนโดใหม่ บางธนาคารให้กู้เต็มราคาประเมิน ส่วนพวกบ้าน/คอนโดมือสองบางธนาคารก็ให้กู้เต็ม แต่ส่วนมากมักให้แค่ 80% ของราคาประเมินธนาคาร อันนี้ต้องขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของแต่ละธนาคารที่มีอยู่ ทั้งนี้ถ้าราคาประเมินบ้านสูงกว่าฐานเงินเดือนตามข้อที่ 1 คุณก็กู้ได้สูงสุดตามข้อ  1 และถ้าราคาประเมินบ้านต่ำกว่าวงเงินตามฐานเงินเดือนในข้อที่ 1 คุณก็กู้ได้สูงสุดตามราคาประเมินบ้าน

3. อายุของผู้กู้

ธนาคารส่วนมากให้ผู้กู้สามารถชำระหนี้ได้จนถึงอายุ 60 บางธนาคารอาจถึง 65 ดังนั้นถ้าคุณอายุเยอะ จำนวนปีในการชำระหนี้จะน้อย ซึ่งก็หมายความว่าค่าผ่อนชำระในแต่ละเดือนจะสูง เช่น อายุ 55 ขอกู้เงิน3,000,000 ซึ่งคุณจะสามารถผ่อนได้แค่ห้าปี ดังนั้นจำนวนเงินผ่อนแต่ละเดือนจะสูงมาก ซึ่งโดยทั่วไปธนาคารให้ผ่อนได้ไม่เกินประมาณ 40% ของเงินเดือน ถ้าหากเกิน ธนาคารก็จะลดวงเงินกู้คุณลง

ผู้กู้สามารถกู้เพิ่มเป็นค่าตกแต่งได้อีกประมาณ 10 % ของวงเงินกู้บ้านที่ทางธนาคารอนุมัติให้ เช่นถ้าแบงค์อนุมัติวงเงินกู้ซื้อบ้านให้คุณที่หนึ่งล้านบาท คุณสามารุกู้เพื่อตกแต่งเพิ่มได้อีกจำนวนหนึ่งแสนบาท แต่อัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ตกแต่งจะสูงกว่าเงินกู้ซื้อบ้าน

ข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ตายตัว ธนาคารแต่ละแห่งจะมีข้อพิจารณาที่แตกต่างกัน ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแนวทางคร่าวๆทั้งนี้ผู้กู้ควรติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สินเชื่อของแต่ละธนาคารจะดีที่สุด

คำแนะนำ

1.คนที่อยากมีบ้านหรือคอนโด แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง

ขอให้เริ่มจากการประเมินวงเงินกู้ของตนเองก่อนว่าธนาคารจะปล่อยกู้ให้คุณได้เท่าไหร่ คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่สินเชื่อแต่ละธนาคาร (แนะนำให้ติดต่อกับธนาคารที่คุณมีบัญชีเงินเดือนหรือธนาคารที่บริษัทคุณมีสวัสดิการก่อน เพราะธนาคารพวกนี้สามารถเช็คข้อมูลของคุณได้ง่ายจากบัญชีของคุณ และความเป็นไปได้ในการได้รับอนุมัติก็จะมีมากกว่าธนาคารที่คุณไม่เคยเป็นลูกค้ามาก่อนเลย) เราสามารถเช็คได้หลายๆธนาคารพร้อมๆกันเป็นแค่ขั้นตอนการขอข้อมูลจากธนาคาร ไม่ได้ทำเรื่องกู้

2.หลังจากทราบวงเงินที่คุณสามารถกู้ได้

ก็ค่อยไปมองหาบ้านหรือคอนโดที่อยู่ในงบของคุณ จะได้ไม่เสียเวลาไปดูบ้านหรือคอนโดแพงๆแล้วมารู้ที่หลังว่าคุณกู้ไม่ผ่านเพราะบ้านหรือคอนโดแพงไป

3.อย่าซื้อบ้านหรือคอนโดเกินกำลังและฐานะของตนเองมากเกินไป

เพราะถ้าคุณกู้สูงๆค่าผ่อนต่อเดือนก็จะเยอะมาก อย่าลืมนึกถึงค่าตกแต่งที่จะตามมาอีกมายมายรวมถึงเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉินที่เราต้องใช้เงิน เช่น เจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันที่ต้องการใช้เงิน ถ้าอยากผ่อนแบบไม่หนักมาก ควรผ่อนแค่ประมาณ 30% ของเงินเดือน


4.ให้เลือกระยะปึในการผ่อนให้นานที่สุด

ถ้าสมารถเลือกแบบ 30 ปี ก็เลือกแบบ 30 ปีไปก่อนเวลามีเงินคุณก็ค่อยเอาไปโปะเรื่อยๆ เพราะการเลือกระยะเวลาผ่อนที่นาน จะทำให้ค่าผ่อนที่ต้องจ่ายต่อเดือนไม่มาก เช่น ถ้าคุณกู้ 1,000,000 บาท เลือกผ่อน 30 ปี คุณต้องจ่ายต่อเดือนประมาณ 6,000 บาท แต่ถ้าคุณเลือกผ่อนที่ 10 ปี คุณต้องจ่ายต่อเดือนประมาณ 11,000 บาท คุณเลือกแบบ 30 ปีแล้วค่อยๆเอาเงินไปโปะเรื่อยๆให้หมดภายในสิบปี ดอกเบี้ยที่เสีย ก็ไม่ต่างกันมาก อันนี้จะช่วยคุณได้ในกรณีฉุกเฉินที่คุณต้องใช้เงิน และทำให้คุณไม่เครียดมากในการจัดการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน